สัปดาห์แสนวุ่น
posted on 16 May 2008 11:21 by rudolfrollo in Diary
หวัดดี^^ ทุกคน เราเอง ไม่ใช่ใครอื่น 555+
ความจริงไม่ค่อยอยากจะไปบันทึกเรื่องของตัวเองเท่าไหร่
แต่ก็ลองเอามาเล่าๆให้ฟังกันบ้างเผื่อเป็นข้อคิดอะไรบ้างอ่านะ
เอาเป็นว่า มันเป็นที่ระบายอารมณ์นิดๆ(ไม่นิดมั้ง)และกัน
และก็บอกความเป็นอยู่ของเราเองให้กับเพื่อนๆเรา
ที่ตอนนี้มันก็ไปเรียนต่อไหนต่อไหนกันก็ไม่รู้
กระจัดกระจายไปหมดเลย TT แน่นอนพวกมันทุกคนก็ไม่ออนเอมแหงล่ะ
ส่วนประวัติเราก็ไปดูหน้าPageและกันนะ
ช่วงนี้มีเกณฑ์สัญจรบ่อยสุดๆ ไล่ตั้งแต่วันจันทร์มาจนวันนี้นะ
วันจันทร์ -------------------------------------------------
นอนเกาะกับบ้าน เปิดเวบเล่น ยังคงโดดงานอยู่ ทั้งงานนิยายตัวเอง งานในบล็อก เล่นแต่เกม คือ...ฉายแววความขี้เกียจเต็มแมกซ์ 555 เล่นเอมไปเรื่อยๆจนเที่ยงคืน
วันอังคาร ------------------------------------------------
โดนแม่บอกให้ไปตัดผม สไลด์ ยืด ตั้งแต่เช้า เราก็นั่งรถไปแถวเซ็นปิ่น ไปถึงก็ซื้อน้ำไรกินเรียบร้อย กำลังจะเดินขึ้นไปร้านประจำ แต่สายตาเรากลับไปจ๊ะเอ๋กับบู๊หนังสือเข้า
เราก็ ไม่รอช้า เดินเข้าไปเลย ไม่สนด้วยว่าเงินมีเท่าไหร่(เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างแรง เพราะฉะนั้น อย่าทำ เชื่อเรา- -") ไปถึงก็ กะจะเอาเล่มบางๆหน่อย แล้วเราก็เห็นปุ๊บ
เล่มนึงเป็นพวกคดีฆาตกรรมสบสวนโดยให้พลังวิเศษ...
เราก็ 555 เสร็จตู หยิบปุ๊บส่งให้พี่เขาเลย แล้วก็บอกว่าจะซื้อเล่มนี้ (โดยราคาก็ไม่มองเลย - - ช่างเป็นความเลินเล่อที่สมควรโดนว่าและ)
ยังดีที่เล่มนั้นมันถูกและเขาลดราคาให้ ตอนนั้นแม่เราก็โทรมา กริ๊ง เราก็ รับ ฮัลโหล เขาก็ถามว่าทำไร ไปถึงร้านรึยัง พอเขารู้ว่าเราทำไรอยู่ เจ๊แกก็เล่นว่าร่ายยาวเสียงแปดหลอดดังทะลุออกนอกมือถือเลย
ประเภทแบบ เตรียมพนมมือรอรับเทศน์จบเลย เราก็...ค่าๆ....จะไปแล้ว(ในใจ อยากให้หยุดเสียงนี้เหลือเกินTT)
พวกพี่เขาก็ขำกับเสียงที่ดังออกมานอกมือถือเลย แล้วเขาก็ไปหาตังทอนมา ยืนๆอยู่ซักพัก สายตาเหลือบต่ำลงมาหน่อย แล้วเราก็เจอเรื่องนึงเข้าพอดี!
เราก็ เวง...โกรธตัวเองมาก อยากได้เล่มนี้มานานมากกว่าที่พึ่งจ่ายตังไป
จะบอกขอเปลี่ยนเดี๋ยวก็ต้องโดนยุให้ซื้อมากกว่าเก่าอีก - -" คือรู้สึกตัวเองโง่ไปฉับพลัน
ก่นด่าตัวเองเลยว่า ทำไมแกไม่เหลือบลงมาดูแผงหนังสือด้านล่างฟะ จนพอพี่เขามา ก็รับตัง แล้วเขาก้แนะให้ซื้อเล่มอื่น แต่เราก็เสียวกลัวตังที่พกมาไม่พอกับตังที่จะจ่ายค่ายืดผมตัวเอง ก็เลยอ้างไปว่าเด๋วทำธุระเสร็จจะแวะมาอีกที(ซึ่งเราก็คาดประมาณ ถึงเวลานั้น ก็มีคนมาซื้อเยอะจนพี่เขาคงลืมแล้ว เราก็เลยรีบชิ่งไปทันที)
ไปถึงร้านตัดผม ก็ไปบอกเขาว่าจะทำแบบนี้แบบนี้ เขาก็พาไปสระหัวตามปกติ แล้วก็พาไปตัดผม
พวกพนักงานก็แนะว่า น้องค่ะ น้ำยาของลอริอัลดีนะค่ะ ตอนนี้ลดจาก3000เหลือ2500นะ เปลี่ยนจากชิเซโด้เป็นลอริอัลไหม^^
เราก็คิด...กรำ เราจะเอาของชิเซโด้ เพราะมันถูกกว่า ราคาแค่ 1800 เราพกตังมาแค่3000 ถลุงซื้อน้ำกับหนังสือ น่าจะเหลือประมาณ 2000กว่าๆ แต่ไม่น่าถึง2500 ชัวร์- -"
เราก็เลย ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูจะเอาของชิเซโด้ค่ะ ^^"
เขาก็แนะอีก น้องค่ะ ทำไฮไลท์ไหมค่ะ สีทอง กับ น้ำตาล น่าจะเหมาะกับน้อง^^
เราก็คิด....หนูพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ค่ะพี่
เราก็เลย ไม่ค่ะ แฮะๆ^^"
เขาก็ตื้อแนะอยู่แค่เราก็ปฏิเสธตลอด ไม่ค่ะ ไม่
จากคนตัดก็มาแทน แล้วก็ถามจะตัดทรงไหน เราก็ หน้าม้าไม่เท่ากัน สไลด์ทั้งหัว
เขาก็ หน้าม้าปัดหรอ หรือยังไง (เราก็คิด...หน้าม้าปัดนี่ไม่ต่างจากทรงเก่าเลยนะนั่น) แล้วเขาก็ยกหนังสือทรงผมของพวกญี่ปุ่นมาให้ เราก็ จิ้มไปที่หน้าม้าธรรมดา ผมด้านข้างจะเข้าๆคลุมกรอบหน้าหน่อย เราก็คิด อือ...น่าจะโอ (มั้ง) เขาก็เลยตัดๆๆๆ เราก็อ่านหนังสือที่ซื้อมาซะเพลินจนลืมดู
พอเขาตัดเสร็จก็มีคนสระมาใส่น้ำยาแล้วก้อบไอน้ำ จากนั้นก็ไปสระหัวแล้วก็ใส่น้ำยาอีก จากนั้นก็พาไปสระอีก
พอเสร็จ ทั้งคนตัดกับคนสระสองคนก็ช่วยไดร์ผมเรา เราก้เลยวางหนังสือเงยหน้ามามองกระจก แล้วได้ยินพวกเขาคุยกันเรื่องลูกค้า
ได้ยินว่า มีลูกค้าคนนึงเข้ามาล้วก็ขอตัดก่อนคนอื่น แต่ร้านนี้เขาใช้ระบบใครมาก่อนได้ทำก่อน ลูกค้าคนนั้นเลยหัวเสีย งอนเดินเชิดไปร้านอื่นแทน พวกคุณนายก็แบบนี้แหละ
เราก็คิด....แหม....ทำไมรอแค่นี้ไม่ได้รึไงนะ เราว่าร้านนี้ใช้ระบบแฟร์ดี ไม่งั้นลูกค้าคนอื่นรอเงกตาย ต่อให้บอกว่าด่วนก็ไปทำธุระตัวเองเสร็จก่อนแล้วค่อยมาทำน่าจะโอกว่า...- -"
พวกเขาก็รุมไดร์ผมเราเรื่อยๆจนเสร็จ เราก็เลยเอาหนังสอเก็บและก็พึ่งเงยมามองหน้าตัวเอง พอเห็นก็ เฮ้ย!ในใจ....
ก้จะไม่เฮ้ยได้ไงอ่า เรานึกว่าเขาตัดผมแล้วมันจะเหมือนในหนังสือ นี่เล่นซะ ทรงหัว ยังกับตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณเลยอ่า ต่อให้มีสไลด์มาช่วยก็จริง แต่ดูยังไงๆ ก็เหมือนอ่า
เราก็....เอ่อ....จะเอาไงดีฟะ ช่างหัวมันวุ๊ย ไม่เป็นไรๆ ทรงนี้ก็ได้ ขอให้มีหน้าม้าก็พอ ถึงแม้เขาโกยมาตัดน้อย และ....ยาวปิดช่วงตาก็ตาม ก้ไปจ่ายตัง ฟังคำแนะนำห้ามสระหัวสองวัน รับนามบัตร กลับบ้าน
กลับมา แม่เห็น นี่ว่าใหญ่เลย ทำไม ผมเป็นแบบนี้ทำไมหน้าม้ามันน้อย ถ้าหน้าม้าน่ะ ต้องอย่างฉัน เราก็ แหม มี้ ไม่อยากให้มันเหมือนคนอื่นนี่นา อีกอย่างไม่อยากไว้หน้าสั้นมาก เขาก็เลยยอมเงียบไป
จนพอเราอาบน้ำเสร็จ ผมมันเปียกและชี้ แม่เราก็เลยบ่นยาวเลย แถมลากเราหยิบกรรไกรตัดผมคมกริบแล้วตัดผมหน้าเราไปเลยTT มันก็เลยเหลือเพียงแค่เหนือคิ้วนิดๆหน่อย....ยังดีที่ไม่เล่นหน้าม้าเต่อ ไม่งั้นเราโวยบ้านแตกแน่
วันพุธ --------------------------------------------------
เราไปสอบสัมภาษณ์กับแม่เราและน้องแฝดเรา(คนพี่ คนน้องมันอยู่บ้าน) 555ไม่รู้ว่า มันดีหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ กว่าจะกลับบ้าน ถึงบ้านก็....สองทุ่ม...เหอะๆๆๆ
ไปตั้งแต่เช้าไปสัมภาษณ์แถวพญาไท ไปถึงอ่ะ ไปตรวจร่างกาย กำลังกรอกๆอยุ่เราก็ชะงัก....เห็นช่องนึงให้กรอกเข้า....เวง....เลขประจำตัวประชาชน...เราลืม- -" ลืมสนิทตายด้านด้วย หน้าแตกเพล้งๆ ต้องรีบไปหาแม่ ขอบัตรแล้วก็กรอกจากนั้นก็ท่องเลข...ท่องๆๆๆๆๆ คือนิสัยถ้าไม่ได้ดูอะไรนานๆจะเริ่มลืม
ถามว่าเป็นพวกขี้ลืมไหม....อือ ถูก ใช่เลย...แถมลืมปุ๊บก็จะเริ่มรน ซึ่ง....มันไม่น่าจะเป็นนิสัยของเด็กอายุเท่าเราแล้ว แต่เราก็ยังเป็นไม่หาย TT อายชะมัด...
จากนั้นก็ไปตรวจร่างกาย ทุกอย่างโอเค ข่าวดี น้ำหนักเราลด^^จาก50เหลือ 48.5 คุๆๆๆ ข่าวร้าย เตี้ยกว่าเดิมTT ไหงจาก158.5 มันเหลือ 157ฟะ ยืดตัวสุดๆแล้วนา
จากนั้นก็ตรวจฉี่ กับ x-rayปอด ต้องไปเข้าส้วมกับเปลี่ยนเสื้อ พอเสร็จก็ใส่ชุดนร.เดิม จากนั้นก็ออกไปหาแม่กับน้อง กินไรนิดหน่อย แล้วก็นั่งกรอกใบสาระพัดจนเมื่อยก้น
กรอกเสร็จ ฝนตกยกที่หนึ่ง อย่างหนัก แถมการ้องตลอดเลย ให้ตาย เราล่ะไม่ชอบเสียงมันเลย ทำไมน่ะเหรอ...
วันไหนี่เราได้ยินเนี่ยนะ วันนั้นซวยทั้งวัน! ยิ่งแถวร.ร.เก่าเรานี่โรคจิตอย่างแรง เจอคนอื่น มันไม่ร้องทัก พอเจอเรา ร้องทักทุกที! ทักทุกรอบด้วย! บางวันเล่นบินว่อนเป็นฝูงเลย พอเราเงยหน้าไปมันบินหนีกันทั้งโขยง - -" ไม่รู้ว่าทำไม เอาเหอะ ช่างมัน
จากนั้นพอช่วง11โมง ก็โดนพวกรุ่นพี่ในคณะเรียกไปที่นัด พวกพี่เขาก็แนะให้กรอกใบนี้ใบนี้ แล้วก็ส่งๆๆๆ ท่าทางพวกพี่เขาจะถามคำถามยอดฮิตคำถามนึงว่า
"น้อง น้องไปค่ายรึเปล่า"
และแน่นอน ส่วนใหญ่จะตอบว่าไป เพราะมันไม่บังคับก็เหมือนบังคับ
ก็คิดดู ใบสมัครมันมีสองช่องให้ติ๊ก
ไป กับไม่ไป
ไม่ไปเพราะอะไร
- -" เห็นแบบนี้คิดว่าไงล่ะทุกคน
และโชคดีรึเปล่าไม่ทราบ นอกจากจะต้องไปค่าย7วันแล้ว ยังมีค่ายที่ต่อจากค่านแรกอีก1วัน แล้วก็มีค่ายเหมือนรับน้องอีก 3วัน....ซึ่งกว่าจะได้หยุด มีแค่1วัน จากนั้น วันต่อมาไปเรียนเลย คือถ้านับจริงๆมันเหมือนเราหายไปเป็นอาทิตย์เลยอ่า
ช่างเป็นคณะที่เล่นค่ายได้ชนิดว่า สะใจไม่รู้ลืม
เข้าเรื่องต่อ จากนั้นพวกพี่เขาก็บอกอีกว่า พอสัมภาษณ์เสร็จ จะให้ไปวัดเสื้อกาวน์กับเสื้อแกงค์ แล้วถ่ายรูป พูดจบผ่านไซกครึ่งชม. พวกพี่เขาก็พาไปอีกห้อง ให้นั่งตามกลุ่ม มันมีทั้งหมด 18กลุ่ม เราได้กลุ่ม1เลย นั่งไปซักพัก พวกพี่เขาก็เรียกให้ไปสัมภาษณ์โดนการสุ่มจากกลุ่มต่างๆ โดนส่วนมากจะเรียกไปครั้งละ5คน แล้วก็ ส่งใบมาสองใบ เราก็....อือ....รอ
นั่งรอไปเรื่อยๆ กว่าจะได้กลุ่มเรา
ได้เป้นกลุ่มสุดท้ายที่ได้ไปสัมภาษณ์
พอไปถึงก้อง คิดว่า ยังไม่มีคน ประทานโทษ! ยังมีอยู่ แถมอาจารย์สามคนที่สัมภาษณ์กลุ่มเราเล่นสัมภาษณ์ยาวด้วย
เราก็เงกดิ แล้วเพื่อนเราต่างร.ร.มันก็กลัวจะกลับบ้านไม่ทัน ในก็ตกโหมกระหน่ำอีกรอบ คราวนี้เล่นไม่ลืมหูลืมตาเลย แล้วคนสัมภาษณ์กลุ่มเราส่วนมากเป็นพวกมาจากต่างจังหวัดทั้งนั้น แล้วต้องรีบกลับก่อนหกโมงด้วยไม่งั้นเขาจะตกรถไฟแน่ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะอยู่ที่ไหน เขามากับครอบครัวเขาแถมยังมีน้องอายุแค่สามขวบอีก
ตามในใบที่เราปริ้นมาดูและเราจำได้แม่นว่า...
กำหนดการบอกว่า จะช้าสุด4โมงเย็น
แต่ตอนที่พวกก๊กเรามารอ มัน4โมงครึ่งไปแล้ว จนใกล้ห้าโมง เราเห็นเพื่อนคนนั้นกับคนอื่นๆเริ่มรน ทั้งๆที่มันจะต้องเป็นคิวเราก่อน
แต่ ถ้าเขาไปช้าล่ะ ฝนตกขนาดนี้ แถมพอสัมภาษณ์เสร็จต้อเสียเวลาไปวัดไซส์เสื้อกาวน์กับเสื้อแกงคไรนั่นพร้อมกับถ่ายรูปด้วย แล้วพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน ย่านพญาไทตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีหอพักด้วย เสื้อผ้าเขาก็ไมได้เอามา
เราก็เลยขอพวกพี่ให้คนที่ต้องกลับต่างจังหวัดไปก่อนได้ไหม พวกพี่เขาก็ขอพวกที่มาก่อนเราและมันกลับบ้านที่อยู่ในกทม. ยังดีที่คนนั้นมันยอมโอไปก่อน พวกที่มาจากต่างจังหวัดเลยไปกันหมด เหลืออีกแค่สามคน
ตอนนั้นเราเริ่มง่วงอยากหลับแล้ว(ถึงแม้จะหลับไปแล้วสองรอบก็ตาม) นี่ถ้าไม่ติดที่หัวที่มันต้องถักเปียสองข้างล่ะก็ เราจะนอนจนหัวเละแต่ก็ยังโอเค ที่มีพวกรุ่นพี่มาคุยมาเล่าเรื่องมหาลัยให้ฟัง ทำให้รู้เรื่องในม.มากมายเลย^^ซึ้งกับพี่ๆเขามากเลยที่มาคุยแก้เบื่อให้
คนสุดท้ายเป็นผู้ชายมาจากต่างจังหวัด แต่มันไม่ยอมบอก ทั้งๆที่โคดไกล จนเหลือแค่สองคน เราถึงมารู้เพราะอาจารย์ที่เดินอยู่มาถาม พอรู้ก็เลยให้มันไปก่อน เหลือเราอยู่คนสุดท้ายคนเดียว พอมันออกก็ตาเราเข้าไปแทน
พอเข้าเจอหน้าอาจารย์ พวกเขาก็เลยแซว ถามว่าหลับไปกี่รอบแล้ว เราก็บอกไปสองรอบ555
จากนั้นพวกเขาก็ให้เราแนะนำตัว แล้วก็ถามเรื่องทั่วไปไม่ยากเท่าไหร่ เราก็ตอบไปตามความจริง สัมภาษณ์ไม่นานนัก พวกเขาก็โอเค เราก็ขอบคุณพวกเขาแล้วก็ออกไป เห็นพวกรุ่นพียืนออกันตรึมเลย ออมากกว่าห้องอื่นอีก ตอนนี้พวกที่สัมภาษณ์เสร็จก็เหลือเรากับชายอีกสามคนเป็นพวกคนสุดท้าย
ตอนนั้นฝนตักหนักมาก ถ้าเดินฝ่าฝนนี่รับรองเสื้อโชกไปด้วยน้ำแน่ พวกพี่ๆเขาก็เลยให้ลงบันไดใต้ดินเดินทะลุมาอีกตึกนึงเพื่อที่จะวัดไซส์เสื้อและถ่ายรูป
ไปถึงก็มีลองเสื้อสองอย่าง เสื้อกาวน์ ไซส์s ไม่มีปัญหา แต่ ไอ้เสื้องแกงค์ไรนั่นน่ะดิ ขนาดsแล้ว....ยังหลวม...พวกพี่ๆเขาไม่สังเกต เพราะเราสวมทับเสื้อนักเรียนด้วยไง แล้วเสื้อนักเรียนเรามันแขนยาว พองนิดหน่อย - -" เลยให้เอาs ทั้งสองแบบ เราก็....ง่ะ...ไม่ทันแล้ว....TT
จากนั้นก็ไปถ่ายรุป แล้วก็กลับบ้าน พวกพี่ๆเขาก็ บายๆ อย่าตากฝนนะ เด๋วไม่สบายมาค่ายไม่ได้ เราก็โอเคๆ แล้วก็รีบบึ่งกลับไปหาแม่ ไปถึง แม่ร่ายอีกแล้ว แถมยังว่าหาว่าน้ำใจดีเกินเหตุ ลืมตัวเองทุกที
เราก็คิด....ก็เขาลำบากนี่หว่า แถมเวลานี้ใครจะมีเวลามาโกหกฟะ
จากนั้นก็รอในหายซาไปจนถึงหกโมงกว่าๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววจะหาย แถมแม่เราปกติจะพกร่ม คราวนี้ เขาลืม- -" ให้ดิ้นตายเหอะ ทุกทีไม่ลืมคราวนี้มาลืม เรา แม่ แล้วก็น้องก็เลยตัดสินใจเอาพวกแฟ้มบังหัวแล้วก็วิ่งฝ่าฝนออกไปจนนอกรั้วตึกคณะ ควกแทกซี่ ได้ปุ๊บก็นั่ง จากนั้นก็ขับบึ่งมาถึงบ้าน
กว่าจะถึง....สองทุ่ม มาถึงเรานั่งทรุดไปนั่งแช่กับพื้น เปลี่ยนเสื้อ แล้วก็ไปอาบน้ำ ครึ่งชม. (ไวสุดและเพราะเมื่อยตัวมากๆ) ขึ้นมาเล่นเอมไม่เท่าไหร่ เลยลากสังขารคลานไปนอนสลบไปเลย
วันพฤหัส --------------------------------------------------
มีเด็กนักอ่านคนนึงแอดเรามา จากนั้นเขาก็คุยกับเรา คุยไงไม่รู้ แต่รู้สึกแก่แดดยังไงไม่รู้แฮะ แถมหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า กวนๆอีก แล้วบางอย่างที่พูดเขาไม่เหมือนเด็กพูดเลย ไม่รู้เพราะมันอ่านหนังสือมากอย่างที่พูดมารึเปล่า จนเรารู้สึกอึดอัดแปลกๆ
รู้สึกเหมือนเขาไม่ใช่เด็กป.6 หรือม.1 เลย เหมือนอายุประมาณเรายังไงไม่รู้ แต่เขาสามารถทำให้ ใหม่ เพื่อนเรามันเคืองได้เนี่ย ก็น่าดูและ แถมไม่พอใจที่โดนว่าก็ออกจากห้องไปเฉยเลย แบบ.....ไม่รู้ว่าเด็กเดี๋ยวนี้มันเป็นแบบนี้กันหมดรึไงนะ หาว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ ไม่ชอบคนถือตัว
คือไม่ใช่ถือตัว แต่ยังไงอ่า เราเป็นรุ่นพี่นา คือเราก็อุตว่าห์พูดฮาๆแล้ว แต่แบบ...
เฮ่อ....เราก็อธิบายแล้วว่าใหม่ไม่ได้ด่าแค่เตือน ว่า หลอกคนอื่นแบบนี้ระวังพ่อแม่จะเสียหายนะ แต่เด็กคนนั้นก็ไม่สนใจแล้วก็แบบไม่อยากรับรู้ ซึ่งเรารู้สึกไม่แฟร์อย่างตรงที่
ตอนเขามาแนะมาเตือนเราเรื่องต่างๆนานา เราก็รับฟังทุกอย่างนะ ถ้ามันเคแนะ
แต่ทำไมพอเราแนะกับเตือนเขา เขาไม่ฟังเลย
จนเราเห็นเขาไปแล้ว ก็เลยไปงีบ และกลับมาเล่น เขาคงนึกว่าเราโกรธก็เลย มาเล่น พอเรามา เขาก็เลยขอโทษ แต่...มันเหมือนประชดไงไม่รู้ บอกว่า(ขอหยาบหน่อยนะ แต่เด็กมันพูดแบบนี้น่ะ)
"ขอโทดครับที่รบกวนง่ามมือง่ามตีนพี่"
คือ....ตอนนั้นเราเกิดอาการแวบแรกคือโคตรโกรธอ่า โกรธมากกกกกกกกกก
ตั้งแต่เด็กจนโต เวลามีคนมาขอโทษ มันไม่ใช่แบบนี้ คือเราสามาถรับรู้อารมณ์คนได้จากคำพูดกับการกระทำว่า อันไหนจากใจจริง อันไหนเสแสร้ง
แต่แบบ เรารู้สึกว่าเขาเสแสร้งเต็มๆน่ะ....
เราก็เลยคิดใหม่แบบ....เอาเหอะ เดี๋ยวโตขึ้นก็คงน่าจะกรองคำพูดคำจาหน่อยก็พอ โตขึ้นมีความคิดไรดีๆ เดี๋ยวก็น่าจะปรับคำพุดได้น่า ก็เลยไม่สนใจไรมาก
จากนั้นเขาก็พูดๆๆๆตลอด เราก็เลยพูดแบบทำนองว่า เราคิดถึงเพื่อนเราจัง ประมาณว่าเวลาเขาพูดเรื่องนึงเราก็นึกถึงเพื่อนเรา ซึ่งมันก็คือความจริง ตอนนั้นเรายอมรับเลยว่า คิดถึงเพื่อนเราทุกคนมากๆเลย แม้บางคนไม่สนิทแต่ก็อยากรู้ว่าตอนนี้ทำไรกันอยู่
แล้วเขาก็เลยเงียบแล้วก็หาเรื่องอื่นพูดต่อ เหมือนทำนองว่า เขาไม่มีเพื่อนเล่นน่ะ พอเจอรุ่นพี่ที่ไม่ค่อยว่าเท่าไหร่ ก็เลยปล่อยนิสัยตัวเองเต็มที่...
มันก็ดีแต่ว่า ไม่รู้ว่าทำไมเราคุยกับเขาแล้วรู้สึกอึดอัดมากๆเลย ขนาดเราก็เคยเจอรุ่นน้องมาคุยสไตล์แบบนี้ แต่เราไม่รู้สึกอึดอัดแบบนี้เลย เราก็เลยไม่ค่อยพูดไรมาก แค่พูดอือ กับออ แล้วก็ดีใจด้วย ไรแบบนี้อ่า จนเขาออกไป เราก็ไปพิมพ์นิยายต่อ (ทั้งๆที่หัวตันสุดๆ กรรมชัดๆเลย ให้ตาย!)
วันศุกร์ -------------------------------------------------
วันนี้จนเวลานี้ เรายังออนเอมรอเพื่อนๆทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนกลุ่มนั้น หวังว่าคืนนี้เขาคงออน มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเยอะเลย (แต่ว่า ให้พวกเขามาอ่านในนี้ดีกว่า ขี้เกียจเล่า เล่าวันเดียวไม่จบแหง555) อยากรู้ด้วยว่าพวกเขาเป็นไงกันมั่ง
ตอนนี้ เราก็ยังโดนเด็กคนนั้นมาคุยกับเราอีกรอบ เราก็เลยคุยเป็นอังกฤษ อ้างว่าคอมเป็นไรไม่รู้ พิมพ์ได้แต่อังกฤษ พิมพ์ภาษาคาราโอเกะก็ไม่เป็น ฝ่ายนั้นก็เลยไม่ค่อยพูดเพราะไม่รู้คำศัพท์เราบางคำ ก็เลยเงียบไป เราก็ไม่พูดไรมาก จนเขาออกเอมไป
เราก็เฮ่อ จะได้คุยไทยซะหน่อย แล้วเขาก้ออนใหม่ ทำเป็นถามเราว่านั่นใครหรอ ตอนแรกเรากำลังพิมพ์ไทยแต่จู่ๆก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นอังกฤษแทน ฝ่ายนั้นก็มาเรียกชื่อเราปกติ เราก็เลยรู้ว่า มันตั้งใจจะทดสอบเรา เลยทำเป็นออกแล้วก็แกล้งว่า เนี่ยคนอื่นออน
ยังดีที่เราไม่หลงกลเด็กคนนี้ ไม่งั้นความแตกแน่ เด็กคนนี้มันก็ถามเราอีกว่า ไม่รีสตาร์ทหรอ เราก้ตอบNo แล้วจู่ๆก็ออกไปและ....ก็ดี ไม่งั้นเราไม่รู้จะตอบไงแน่เลย
ตอนนี้ เราฝึกความสามารถพิเศษไปอีกก้าวนึงแล้ว จากที่เดาๆถูกๆผิดๆ คราวนี้ เหมือนพอนึกอะไร ใบต่อมาไม่นานก็จะเป็นอย่างที่เราเรียกตอนแรก
ดังนั้น มันก็ทำให้เรารู้เคล็ดอย่างนึงว่า ต้องการอะไร อย่าหลายใจเลือกนู่นเลือกนี่ ไม่งั้นมีแต่ตาย ตาย ตาย แล้วก็ ตาย 5555+
อ่ะ เล่าเรื่องตัวเองจบและ ไปอัพนิยายเรานิดนึงก่อนแต่แน่นอน เราจะวกมาอัพบล็อกแน่นอน^^ เราไปก่อนเน้อ
ByE! See ya!
ps!!!!!!
1 ตังหมด เซ็งชี้ช้ำมาก! แล้วยังไม่ได้ไปฝากของให้น้องรหัสไปส่งของให้ด้วย
แนวโน้มได้ฝากภายในอาทิตยนี้เป็น0แน่
ถ้าอีกสองอาทิตยมีแค่วันเดียว คือวันพุธ แล้ววันนั้นแม่เราจะเกาะเราไปทุกที่ ซึ่ง มันยากจริงๆเลย!
จะทำไงให้รอดจากสายตาแม่เราน้อ หรือว่าโทรไปเตี๊ยมกับพวกเด็กๆให้เตรียมมารับของดี ตอนนี้ยังอยู่ในการพิจารณาในสมองน้อยๆอยู่
2 คิดถึงทุกคนในครอบครัวนะ
3 คิดถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนเลย ทั้งในเอม ในเวบนิยาย ในโรงเรียนเก่า